หัวข้อย่อย 2.1: รู้จักกับ MQL และ MetaTrader

หัวข้อย่อย 2.1: รู้จักกับ MQL และ MetaTrader

  คลิ๊กเพื่อดูคลิปวีดีโอที่มีรายละเอียดมากกว่าบทความนี้ (ดูได้เฉพาะสมาชิก)

ก่อนที่เราจะเริ่มต้นการเรียนรู้การเขียน EA ด้วยภาษา MQL เราควรทำความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับประวัติและการพัฒนาของภาษาโปรแกรมที่ใช้ในการพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การศึกษาประวัติความเป็นมาของภาษาโปรแกรมจะทำให้เราเห็นถึงการพัฒนาของเทคโนโลยีและแนวทางต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อการออกแบบภาษาโปรแกรมจนถึงปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยให้เราเข้าใจรากฐานและข้อดีข้อเสียของแต่ละภาษาได้ดียิ่งขึ้น การมีความรู้พื้นฐานเหล่านี้จะเป็นการเตรียมความพร้อมที่ดี เพื่อก้าวสู่การเป็นโปรแกรมเมอร์ที่มีความเชี่ยวชาญและสามารถเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับงานที่ต้องการพัฒนาในอนาคตได้อย่างมั่นใจ

คอมพิวเตอร์ทำงานโดยการประมวลผลข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบของสถานะ 0 และ 1 ซึ่งเป็นระบบเลขฐานสอง (Binary) ชุดคำสั่งที่ประกอบไปด้วย 0 และ 1 เหล่านี้จะถูกตีความและดำเนินการโดยคอมพิวเตอร์โดยตรง การเขียนคำสั่งในรูปแบบเลขฐานสองเพื่อสั่งการคอมพิวเตอร์โดยตรงนั้นเป็นสิ่งที่ซับซ้อนและยากต่อการเข้าใจสำหรับมนุษย์ ดังนั้น จึงได้มีการคิดค้น “ภาษา Assembly” ขึ้นมา ซึ่งเป็นภาษาระดับต่ำที่ใช้สัญลักษณ์แทนคำสั่ง ทำให้มนุษย์สามารถเขียนโปรแกรมที่คอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจและประมวลผลได้ง่ายขึ้น

ในยุคแรก ๆ ของการพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ภาษา Assembly ถูกใช้เป็นหลักในการพัฒนาโปรแกรมต่าง ๆ เช่น โปรแกรม SideClick และ Norton Tools หรือแม้กระทั่งระบบปฏิบัติการ DOS หรือ โปรแกรมราชวิถีเวิร์ดพีซี ของคนไทย ทั้งหมดก็ถูกพัฒนาขึ้นด้วยภาษา Assembly เนื่องจากในขณะนั้นยังไม่มีภาษาระดับสูง เช่น ภาษา C ที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาซอฟต์แวร์ในภายหลัง

ตัวอย่างของโค้ดภาษา Assembly ที่แสดงผลตัวอักษร “A” บนหน้าจอมีรูปแบบดังนี้:


section .data
char db 'A', 0xA ; ตัวอักษร 'A' ตามด้วย newline

section .text
global _start

_start:
; เขียนตัวอักษร 'A' ไปที่ stdout
mov eax, 4 ; วางค่า syscall สำหรับ sys_write ลงใน eax
mov ebx, 1 ; วาง file descriptor 1 (stdout) ลงใน ebx
mov ecx, char ; วางที่อยู่ของข้อมูลที่จะแสดงผลลงใน ecx
mov edx, 2 ; วางความยาวของข้อมูล (1 ตัวอักษร + newline) ลงใน edx
int 0x80 ; เรียกใช้ syscall

; ออกจากโปรแกรม
mov eax, 1 ; วางค่า syscall สำหรับ sys_exit ลงใน eax
xor ebx, ebx ; วางค่า 0 ใน ebx เพื่อระบุว่าออกจากโปรแกรมด้วยสถานะ 0
int 0x80 ; เรียกใช้ syscall เพื่อออกจากโปรแกรม

คำสั่งที่เห็นข้างต้น เมื่อเขียนเสร็จบน Editor แล้ว จำเป็นต้องผ่านกระบวนการ Compile เพื่อแปลงเป็นรูปแบบเลขฐานสอง (Binary) ที่คอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจและประมวลผลได้ จากตัวอย่างที่กล่าวมา เราจะเห็นว่าการเขียนโปรแกรมด้วยภาษา Assembly นั้นมีความซับซ้อนและยุ่งยากมาก ต้องอาศัยความเข้าใจในสถาปัตยกรรมของ CPU และการทำงานของฮาร์ดแวร์อย่างละเอียด เพื่อจะได้จัดการเรื่องของ Bit ,Byte ,Word และ Address ได้ถูกต้อง

ด้วยเหตุนี้ ในเวลาต่อมา นักพัฒนาได้พัฒนาภาษาระดับสูงขึ้นมา เพื่อทำให้การเขียนโปรแกรมง่ายขึ้นและเป็นมิตรกับผู้ใช้งานมากขึ้น หนึ่งในภาษาระดับสูงที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายจากผู้ใช้ทั่วโลกคือ ภาษา BASIC ซึ่งถูกออกแบบมาให้มีความเรียบง่ายและเข้าใจได้ง่าย ช่วยลดความยุ่งยากในการเขียนโปรแกรม และทำให้ผู้ที่เริ่มต้นศึกษาการเขียนโปรแกรมสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

ภาษา BASIC เป็นภาษาที่ทำงานโดยการอ่านและประมวลผลชุดคำสั่งทีละบรรทัด ด้วยความสามารถของ Interpreter ที่จะทำการแปลและรันโค้ดให้โดยอัตโนมัติทันทีที่เขียนเสร็จ ทำให้โปรแกรมที่เขียนด้วยภาษา BASIC สามารถรันได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการ Compile ล่วงหน้า

ตัวอย่างเช่น การแสดงตัวอักษร A ด้วยภาษา BASIC บนเครื่อง Apple II หรือ Microsoft BASIC สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยคำสั่ง:


PRINT "A"

เมื่อพิมพ์คำสั่งนี้และสั่งรัน ตัวอักษร A จะปรากฏขึ้นบนหน้าจอในทันที ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเรียบง่ายและความรวดเร็วในการใช้งานภาษา BASIC ในยุคนั้น ภาษา Basic ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการศึกษาเรียนรู้และการทดลองเขียนโปรแกรมเป็นหลักเท่านั้น

ในยุคต่อมา มีการพัฒนาภาษาการเขียนโปรแกรมที่ใช้งานง่ายขึ้นและเหมาะสมสำหรับการพัฒนาโปรแกรมเชิงพาณิชย์หรือในวงการพัฒนาโปรแกรมอย่างแพร่หลาย หนึ่งในภาษาที่มีความสำคัญและทรงอิทธิพลมากที่สุดคือ ภาษา C ซึ่งเป็นภาษาโปรแกรมแบบโครงสร้างที่มีประสิทธิภาพสูง และทำความเข้าใจได้ง่าย

ภาษา C สามารถคอมไพล์ (Compile) โค้ดออกมาเป็นไฟล์ปฏิบัติการ (EXE) ที่สามารถนำไปใช้งานได้ทันที จึงเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่นักพัฒนาโปรแกรม และด้วยความยืดหยุ่นและความสามารถที่หลากหลายของภาษา C ทำให้มีการพัฒนาภาษาที่ปรับปรุงจาก C ขึ้นมา เช่น C++ ซึ่งเพิ่มฟีเจอร์การเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ (Object-Oriented Programming) ทำให้การพัฒนาโปรแกรมซับซ้อนและใหญ่ ๆ ทำได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนี้ ภาษาการเขียนโปรแกรมอื่น ๆ ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันก็มีรากฐานมาจากภาษา C เช่น PHP ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้เขียนเว็บแอปพลิเคชัน และ MQL ซึ่งเป็นภาษาที่เรากำลังจะเรียนรู้กันในบทเรียนนี้ โดย MQL มีรากฐานมาจาก C++ ทำให้มีความสามารถในการพัฒนาโปรแกรมที่ซับซ้อนและมีประสิทธิภาพสูง

ภาษา MQL

1. MQL คืออะไร? และทำไมถึงสำคัญในการพัฒนา EA

MQL (MetaQuotes Language) เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการสร้างระบบเทรดอัตโนมัติบนแพลตฟอร์ม MetaTrader ซึ่งเป็นโปรแกรมที่เทรดเดอร์ใช้ในการซื้อขายหุ้น สกุลเงิน และสินทรัพย์อื่น ๆ โดย MQL มีจุดเด่นดังนี้:

  • ง่ายต่อการเริ่มต้น: MQL ถูกออกแบบมาให้ผู้ใช้สามารถเริ่มเขียนโปรแกรมได้อย่างง่ายดาย แม้จะไม่มีพื้นฐานด้านการเขียนโปรแกรมมาก่อน
  • ช่วยให้เทรดได้อัตโนมัติ: ผู้เรียนสามารถสร้างโปรแกรมที่ช่วยให้การซื้อขายเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติตามกฎที่ผู้เรียนกำหนด เช่น ซื้อเมื่อราคาลดลงถึงจุดหนึ่ง หรือขายเมื่อราคาขึ้นถึงระดับที่ต้องการ
  • ใช้ในการทดสอบกลยุทธ์: MQL ช่วยให้ผู้เรียนสามารถทดสอบกลยุทธ์การซื้อขายของผู้เรียนด้วยข้อมูลในอดีต เพื่อดูว่ากลยุทธ์นั้นได้ผลหรือไม่ ก่อนที่จะนำไปใช้จริงในตลาด

2. ความสำคัญของ MetaTrader ในการพัฒนาและทดสอบ EA

MetaTrader เป็นโปรแกรมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับการซื้อขายออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการพัฒนาและใช้งาน EA (Expert Advisor) ซึ่งเป็นระบบเทรดอัตโนมัติที่ผู้เรียนสามารถสร้างขึ้นเพื่อให้ตรงตามความต้องการในการซื้อขายของผู้เรียน โดย MetaTrader มีความสำคัญดังนี้:

  • เครื่องมือครบครัน: MetaTrader มีเครื่องมือที่พร้อมใช้งานสำหรับการเขียนโค้ด ทดสอบ และรัน EA ทำให้ผู้เรียนสามารถทดลองกลยุทธ์การซื้อขายได้อย่างง่ายดาย
  • ทดสอบก่อนใช้งานจริง: ผู้เรียนสามารถใช้ MetaTrader ในการทดสอบ EA ของผู้เรียนด้วยข้อมูลย้อนหลัง เพื่อให้มั่นใจว่ากลยุทธ์ของผู้เรียนทำงานได้ดี ก่อนที่จะนำไปใช้ในตลาดจริง
  • ชุมชนผู้ใช้ใหญ่: เนื่องจาก MetaTrader เป็นที่นิยม ผู้เรียนจะพบแหล่งความรู้และคำแนะนำมากมายจากผู้ใช้คนอื่น ๆ ที่จะแบ่งปันเคล็ดลับและตัวอย่างโค้ดที่ผู้เรียนสามารถนำไปปรับใช้ได้

3. รูปแบบของ MQL: MQL4 และ MQL5

MQL แบ่งออกเป็น 2 แบบหลัก ๆ ดังนี้:

  • MQL4 (MetaQuotes Language 4): ใช้กับแพลตฟอร์ม MetaTrader 4 (MT4) เป็นภาษาที่เรียนรู้ได้ง่าย เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น และมีชุมชนผู้ใช้งานขนาดใหญ่
  • MQL5 (MetaQuotes Language 5): ใช้กับแพลตฟอร์ม MetaTrader 5 (MT5) มีความยืดหยุ่นและสามารถเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุได้ เหมาะสำหรับการพัฒนากลยุทธ์ที่ซับซ้อนมากขึ้น

4. ทำไม MQL4 จึงได้รับความนิยมมาก

MQL4 ได้รับความนิยมอย่างมากเนื่องจาก:

  • ง่ายต่อการเรียนรู้: แม้ผู้ที่ไม่มีพื้นฐานในการเขียนโปรแกรมก็สามารถเริ่มต้นได้อย่างรวดเร็ว ด้วยรูปแบบการเขียนโปรแกรมที่ตรงไปตรงมา สามารถนำเอาความรู้ MQL4 ไปปรับใช้ใน MQL5 ได้โดยไม่ยาก
  • มีแหล่งข้อมูลการเรียนรู้มากมาย: คู่มือ หนังสือ บทความออนไลน์ และวิดีโอสอนการใช้งานมีมากมาย ทำให้ผู้เริ่มต้นสามารถเรียนรู้และเข้าใจ MQL4 ได้อย่างง่ายดาย
  • ใช้งานร่วมกับ MetaTrader 4 (MT4): MT4 เป็นแพลตฟอร์มการซื้อขายที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ซึ่งมีโบรกและผู้ใช้จำนวนมากสนับสนุน MQL4
  • ความเสถียรและน่าเชื่อถือ: MQL4 มีการพัฒนาและปรับปรุงมาอย่างยาวนาน ทำให้มีความเสถียรและน่าเชื่อถือสูง ผู้ใช้งานสามารถพัฒนา EA ที่ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง
  • ชุมชนผู้ใช้งานขนาดใหญ่: MQL4 มีชุมชนที่คอยแบ่งปันความรู้และตัวอย่างโค้ด ทำให้การเริ่มต้นและการแก้ปัญหาต่าง ๆ ง่ายขึ้น

ด้วยเหตุผลเหล่านี้ MQL4 จึงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในหมู่นักเทรดและนักพัฒนาทั่วโลก

เนื้อหาของบทความนี้ทั้งหมด จะดูได้เฉพาะสมาชิกที่สมัครเรียนเท่านั้น
หากต้องการสมัครเข้าเรียนสามารถติดต่อได้ที่ช่องทางติดต่อสอบถามได้ที่ด้านล่างของเว็บนี้

Existing Users Log In
   
↑ กลับไปด้านบน